สิ่งของชีวิตไม่ตกเทรนด์เสาะหาใช้หูฟัง Bluetooth ไร้สายยอดนิยม

แน่นอนว่าทั้งสองแบบมีจุดดีและจุดด้อยทั้งคู่ ก็ขึ้นกับความสะดวกสบายในการเสาะหาใช้ดีกว่า ข้อดีของหูฟัง Bluetooth คือ การไร้สาย เหตุเพราะส่งสัญญาณในลักษณะของ Bluetooth เหมือนยุคที่เราใช้โทรศัพท์ 2G ส่งเพลงให้เพื่อน เมื่อไร้สายเกะกะเราก็ทำอย่างอื่นได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องพะวงว่าจะทำสายในขาดหรือไม่ ส่วนข้อด้อยคือ ต้องทราบข้อมูลว่าถ้าหากใช้งานอย่างต่อเนื่อง แบตเตอรี่ภายในจะอยู่ได้นานกี่ชั่วโมง ส่วนมากจะสามารถใช้ได้ 5-8 ชั่วโมง และแบตเตอรี่ก็มีอายุการใช้งานไม่นาน จำเป็นต้องเสาะหาหูฟัง Bluetooth ที่มีแบรนด์หรือซื้อหาแบตมาเปลี่ยนแทนได้ ถ้าซื้อเครื่องหมายการค้าที่ถูกลงมานั้น เมื่อถึงเวลาหนึ่งจำต้องซื้อชิ้นใหม่เนื่องด้วยแบตเตอรี่เสื่อม

ส่วนหูฟังแบบมีสายก็มีคุณประโยชน์จากการใช้งานสม่ำเสมอคือ ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ใด ๆ เพราะว่าใช้พลังงานจากวัตถุที่เชื่อมต่อ แต่ติดปัญหาที่สายนั่นเอง ถ้าสายภายในขาดทุกอย่างก็จบ จำต้องให้คนที่ชำนาญในการต่อวงจรมาเคลียร์ให้ใหม่

เหตุเพราะการใช้งานหูฟังมีสายและไร้สายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าหากใช้หูฟัง Bluetooth นั้น ก่อนการใช้รถก็เปิดให้วัตถุทำงานแล้วติดตั้งที่หูให้เรียบร้อย เมื่อมีสายเข้าก็กดที่วัตถุเพื่อรับสายได้ทันที จับภาพเก็บพยานได้ยากกว่าหูฟัง และที่สำคัญคุณสามารถรับสารได้ชัดเจนถึงแม้ว่าใช้งานในระหว่างขับรถโดยไม่เสียสมาธิเลย เพราะหูฟัง Bluetooth ใช้งานกับหูเพียงข้างเดียว ไม่เสมือนหูฟังมีสายที่ต้องอาศัยการรับรู้ทั้งสองด้าน

จุดเด่นอีกอย่างของหูฟังไร้สายคือ คุณสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่สะดุด เนื่องด้วยไม่มีสายมากวนการทำงาน เช่น ในขณะที่ถูบ้าน สายของหูฟังเคยระโยงรยางค์จนน่าเอือม แต่หูฟัง Bluetooth ไม่กีดขวางการทำงานใด ๆ เลย ชาร์จไฟไม่นานแต่ใช้งานได้นานมาก ๆ การดีไซน์ของหูฟัง Bluetooth ก็มีให้เลือกสรรตามการใช้งาน เช่น ใช้สำหรับฟังเพลง ใช้ในระหว่างออกกำลังกาย หรือเหมาะสมกับการสนทนาเพียงอย่างเดียว ก็เสาะหาได้ตามความโปรดปราน

แม้แต่วัตถุเสริมที่จัดจำหน่ายแยกออกมาก็ยังไม่มีหูฟัง Bluetooth คงเหตุเพราะเป็นสิ่งของสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แต่มีตลาดของหูฟังโดยเฉพาะด้วย มีหลายเครื่องหมายการค้าที่เดียวซึ่งเอ่ยชื่อจำต้องร้องอ๋อ ซึ่งสนนราคาหูฟังจากเครื่องหมายการค้าดัง ๆ เทียบเท่าโทรศัพท์มือถือรุ่นกลาง ๆ ของปี ซึ่งมีทั้ง In Ear, Ear bud และ Headphone แบบมีสายและบลูทูธ ซึ่งใช้งานได้กับสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ / แล็ปท็อป

คุณเคยเห็นคนทั่วไปที่เหมือนว่า เขาคุยกับใครสักคนหรือไม่ แต่ตรงหน้าเขาไม่มีคู่สนทนาเลย ถ้าไม่สังเกตก็ไม่ทราบว่าที่หูของเขามีการใช้หูฟัง Bluetooth อยู่ จากการไตร่ตรองก็เห็นว่าเขาทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้คล่องตัวมาก ไม่มีสายระโยงรยางค์ให้ขัดนัยน์ตา หรือสมัยเรียนที่เรา ๆ มักแอบคุณครูฟังเพลงมากกว่าบทเรียน ที่ต้องสอดสายหูฟังไว้ใต้เสื้อนักเรียน เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ก็ริเริ่มใช้หูฟัง Bluetoothแทนแล้ว พอคุณครูเดินผ่านมาก็หยิบซ่อนได้ง่ายไม่โดนยึด

วัตถุอิเล็กทรอนิกส์หลายประเภทเริ่มให้ความสลักสำคัญกับการทำงานไร้สายมากขึ้น ที่ชัดเจนและเพิ่งเริ่มเปิดตัวคือแท่นชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ แม้แผนการที่เคยออกสื่อจะมาจากแบรนด์อเมริกา แต่สุดท้ายเครื่องหมายการค้าเกาหลีกลับเปิดตัวดึงความสนใจจากผู้ใช้งานได้ดีกว่า และถือว่าตรงกับความปรารถนาของผู้ใช้งานส่วนหนึ่งอย่างมาก แต่วัตถุที่ใช้งานกับโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไร้สายซึ่งมีอย่างยาวนานอาจหนีไม่พ้น หูฟัง Bluetooth  เรียกได้ว่ามีตั้งแต่โทรศัพท์มือถือยุค 2G แล้ว เพียงแค่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าปัจจุบันเท่านั้นเอง เนื่องมาจากโทรศัพท์ยุคนั้นทำงานได้น้อยกว่าปัจจุบัน

หูฟัง Bluetooth มีให้สรรหาทั้งทุกประเภททั้ง In Ear, Ear bud และ Headphone ทุกแบบมีทั้งแบบรับสัญญาณในตัวและต้องติดตั้งวัตถุรับสัญญาณ ก็เสาะหาได้ตามความประสงค์ใช้งาน แต่ถ้าหากท่านซื้อหูพังบลูทูธเพื่อการฟังเพลงแล้ว อย่าลืมเบิร์นหูฟังให้ครบชั่วโมงกำหนด (ประมาณ 200 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า) เสียก่อน แม้จะเป็นหูฟังไร้สายก็ตาม การเบิร์นยังมีความสลักสำคัญเพื่อย่านเสียงที่ครบบริบูรณ์ ฟังเพลงได้อย่างจุใจ

B3

ส่ง Email แต่ Account เป็นของผู้ให้บริการอื่นได้ใครๆ ทำได้

หากเพื่อนๆ อ่านหัวข้อแล้วอาจจะงง หรือสงสัยว่าการส่ง Email แต่ Account ไม่ซ้ำกันนั้นคืออะไรโดยก่อนที่เราจะไปพบกับขั้นตอนการตั้งค่านี้นั้นเราจะไปทำความรู้จักกับการส่ง Email แบบที่ Account ของเราไม่ซ้ำกันก่อนนั้นเองครับ

ปรกติหากเราใช้งาน Email จากผู้ให้บริการแต่ละเจ้าอย่าง Gmail, Hotmail, หรือ Yahoo นั้น โดยพื้นฐานนั้นเราจะทำการส่ง Email ผ่านทาง Account ที่เป็นของทางผู้ให้บิรการๆ แต่ละเจ้าอย่าง Gmail, Hotmail, หรือ Yahoo ได้เพียง accountเดียว เช่น เพื่อนๆ อาจจะเลือกใช้บริการ Email ของทาง Google อย่าง Gmail โดย Email Address ของเราที่ใช้ในการส่งไปให้ผู้อื่นนั้นจะเป็น abc@gmail.com นั้นเอง โดยเราจะไม่สามารถทำการส่ง Email Address ในรูปแบบของผู้ให้บริการ Hotmail อย่าง abc@hotmail.com ผ่านทาง Gmail ได้ แต่โชคดีที่ทาง Google นั้นได้ทำการพัฒนา Feature ตัวหนึ่งภายใน Gmail ออกมา โดย Feature นี้จะช่วยให้เราทำการส่ง Email Address ของผู้ให้บริการอื่นๆ อย่าง Hotmail, หรือ Yahoo ออกไปได้ โดยประโยชน์ของ Feature ตัวนี้เพื่อนๆ จะไม่ต้องเปิด Browser หลายๆ Tab เพื่อทำการ Login Account Email อื่นๆ ให้เสียเวลาเลยนั้นเอง สำหรับขึ้นตอนการตั้งค่านั้นจะมีขั้นตอนดังนี้

1

  • สำหรับขั้นตอนแรกนั้นให้เราทำการ Login Account Gmail ก่อน ต่อมาให้เรากดเลือกเมนู Settings (รูปฟันเฟือง) บนขวาของหน้าจอ จากนั้นเลือกเลือกคำว่า Accounts and Import
  • โดยภายใต้เมนู Accounts and Import ให้เรากดไปที่ลิงค์คำว่า Add another email address you own จากนั้นจะมีกรอบแสเงขึ้นมา โดยภายในช่องให้เรากรอก Email Address ของผู้ให้บริการอื่นที่ต้องการลงไป จากนั้นกดปุ่ม Next Step
  • ถัดมาจะเป็นการตั้งค่ารูปแบบของการส่งที่เป็นแบบ SMTP server หากต้องการส่ง Email ผ่านทาง Gmail ให้เรากดเลือก Send through Gmail จากนั้นกด Next Step
  • ในส่วนถัดมาจะเป็นขั้นตอนของการยืนยัน Email Address ที่เราใส่ไป ให้เรากดที่คำว่า Send Verification ต่อมาทาง Gmail จะทำการส่ง Email ไปเข้าไปยัง Email ที่เราใส่ลงไปเพื่อทำการยืนยัน โดยภายใน Email นั้นจะมี Code มาให้ โดยให้เรานำ Code ที่ได้มานั้น มาใส่ลงในช่อง ต่อมาให้เรากดเลือก Verify เพื่อทำการยืนยัน Email นั้น
  • จากนั้นให้เรากลับมายังหน้าเมนู Accounts and Import โดยภายในหัวข้อ Send mail as: หากเราสังเกตุดูจะมี Account Email เพิ่มขึ้นมาใหม่ 1 Email Account โดยเพื่อนๆ สามารถเปลี่ยนแปลงค่าให้ Email ใหม่นี้ทำการส่งแบบ default ได้ โดยให้เรากดข้อความทางด้านหลังคำว่า make default ได้นั้นเอง

แสดงกรอบแจ้งเตือน Event และให้โปรแกรมทำงานแบบอัตโนมัติบน Windows 8 ง่ายๆ

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าการจะทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 ที่เราใช้งานอยู่นั้นมีกรอบการแจ้งเตือนของ Event ขึ้นมาได้นั้นจะทำอย่างไร โกยการทำงานในลักษณะนี้นัน้จะเป็นการที่เราเข้าไปตั้งค่าในส่วนของ Feature ภายในระบบปฏิบัติการ Windows 8 อย่าง Task Scheduler นั้นเอง โดยข้อดีของการตั้งค่าในลักษณะนี้นั้นจะมีประโยชน์มากสำหรับบางคนที่ต้องการให้มีกรอบแจ้งเตือนต่างๆ ขึ้นมาในขณะที่เรากำลังใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ หรือจะเป็นการแจ้งเตือนเราว่าอย่างลืมลบไฟล์ที่อยู่ในถังขยะในขณะที่เราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วได้นั้นเอง สำหรับการทำกงานของ Task Scheduler นี้จะเป็นการที่เราเข้าไปตั้งค่าในส่วนของ Task Scheduler และตั้งค่าให้โปรแกรมต่างๆ ที่เราจต้องการนั้นทำงานในระยะเวลาที่เราต้องการได้นั้นเอง สำหรับขั้นตอนการตั้งค่าใน Task Scheduler นี้นั้นจะมีขั้นตอนที่ไม่ยากเลยโดนมีขั้นตอนดังนี้

1

  • สำหรับการตั้งค่าให้ระบบของเรานั้นแสดงกรอบ Event ต่างๆ ขึ้นมา เพื่อทากรแจ้งเตือนเรานั้น เราจะทำการตั้งค่าผ่านทาง Task Scheduler โดยให้เราเข้าไปดังนี้ คลิกปุุ่ม Start –> พิมพ์คำว่า Task Scheduler ลงไปยังช่อง Search –> จากนั้นกดเลือกที่คำว่า Task Scheduler
  • จากนั้นเราจะเข้าไปที่หน้าโปรแกรม Task Scheduler โดยให้เราคลิกเลือกที่เมนูคำว่า Create Basic Task
  • จกานั้นจะมีกรอบ Create Basic Task แสดงขึ้นมา โดยในกรอบ Create Basic Task นี้ให้เรากรอกรายละเอียดต่างที่เราต้องการลงไปทั้ง 2 ช่อง ทั้งช่อง Name และ Description นั้นเอง
  • ในส่วนของหัวข้อ trigger นั้นเราจำสามารถกำหนดได้ว่าจะให้ตัว Event ตัวนี้ทำงานช่งเวลาใหน (จากตัวอย่างจะเป็นการเลือกช่วงเวลาแบบ Weekly ) หลังจากที่เราเลือกที่ Weekly แล้ว จากนั้นเราจะต้องกำหนดหน่วยวันของ Weekly เข้าไปด้วย เพื่อระบุให้กรอบแจ้งเตือนนี้แสดงขึ้นมาวันใหนบ้าง จากนั้นให้เรากด Next
  • สำหรับในหัวข้อคำว่า Tab Action นั้น ในส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าในส่วนของโปรแกรมที่ทำงานรวมกับ Event ที่เราสร้างขึ้นมานั้นเอง เช่น หากเราเราต้องการให้โปรแกรมอย่าง CCleaner ทำงานในช่วงเวลาที่เรากำหนด โดยค่าภายในช่อง Program/script ให้ใส่ location ที่อยู่ของโปรแกรมนั้นลงไป หรือใส่ข้อความว่า C:\Program Files\CCleaner\CCleaner.exe จากนั้นใส่คำสั่ง /AUTO ลงไปในช่อง Add arguments
  • สำหรับหัวข้อ Display a Massage นั้นจะเป็นช่องที่เราสามารถใส่ข้อความต่างๆ ลงไปได้ โดยข้อความนี้จะเป็นข้อความในการแจ้งเตือนนั้นเอง จากนั้นให้เรากดเลือก Next ต่อมาจะมาที่หน้า Finish ให้เรากดคำว่า Finish อีกครั้ง

หูฟัง Bluedio… อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับคนรุ่นใหม่

“เราลองย้อนอดีตในวันวานสู่ยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนผันกันไหม?…..” อย่างที่เรา ๆ พอทราบว่า มนุษย์ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องขบคิดและลงมือประดิษฐ์เพื่อตอบสนองกับสิ่งเรานั้นอย่างไม่รู้จบ เครื่องใช้ต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากโทรศัพท์บ้านเครื่องใหญ่ กับเครื่องเล่นเสียงต่าง ๆ และเครื่องเล่นวีดีโอ ผนวกกับคอมพิวเตอร์ สู่อุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กอย่างสมาร์ทโฟน จัดเป็นอุปกรณ์สำคัญต่อชีวิตประจำวัน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารได้หลายรูปแบบที่สุด นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ หูฟังหรือหูฟังบลูทูธ Bluedio เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร

 

ใครที่ทันยุค NOKIA 3310 หรือนานกว่านั้น จะพบว่าสมอล์คทอล์คหรือหูฟังที่ใช้กับมือถือ จะมีลำโพงเพียงข้างเดียว เพียงเพื่อใช้งานในการสนทนาเท่านั้น ในตอนนั้นก็มีเครื่องเล่น mp3 ที่คนนิยมพกพา จนเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่มือถือที่ฟังเพลงและดูวีดีโอได้ สมอล์ทอล์คจึงเปลี่ยนเป็นแบบ 2 ลำโพง และเริ่มมีหูฟังให้ใช้งานกันแล้ว แต่มีแบบลำโพงเดียวเช่นเคย ลำดับถัดมาคือยุค GPRS หรือมือถือที่เล่นเน็ตได้ ในตอนนั้นเองที่หูฟังเริ่มมีแบบ 2 ลำโพง แต่ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่เพราะหาที่ชาร์จไฟค่อนข้างยาก

 

หูฟังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะปัญหาจากหูฟังธรรมดาที่ว่า การเก็บค่อนข้างยุ่งยากและเกิดความเสียหายที่ง่ายกว่า และไลฟ์สไตล์ที่ปรับเปลี่ยนกันมากขึ้น อาทิ นิยมการเข้ายิมเพื่อออกกำลังกาย หรือเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องพะวงว่าเจ้าสายที่ต่อระหว่างสมาร์ทโฟนจะเกี่ยวพันกับสิ่งอื่นใด แน่นอนว่าผู้ผลิตเองก็ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้มากขึ้น โดยเริ่มจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ประเภทนี้ก็มีสินค้าหูฟังจำหน่ายมากขึ้น แม้แต่บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลาย ๆ เจ้าก็เริ่มเล็งเห็นประโยชน์ของมัน และผลิตเพื่อขายแก่ลูกค้าด้วย

 

ผนวกกับการเข้ามาของแบตเตอรี่สำรอง การใช้งานหูฟังจึงง่ายขึ้นเพราะมีแหล่งพลังงานสำรองแบบพกพาได้ทุกที่ ไม่ต้องกังวลเลย และหมดห่วงเรื่องดีไซน์นะ มีให้เลือกอย่างหลากหลายตามความชอบ

http://pantip.com/topic/30193118

หูฟัง Bluetooth Bluedio

ชาร์ตแบตเตอรี่ในรถยนต์ง่ายกับ AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod

4

บางครั้งหากเราขับรถยนต์กลับบ้านหลังจากที่เราทำงานเสร็จและแบตเตอรี่ของ Smartphone หรือ Tablet ของเรานั้นเกิดหมดขึ้นก่อนที่เราจะถึงบ้านนั้นเพื่อนๆ อาจจะรู้สึกเบื่อเพราะเราไม่สามารถใช้งานอะไรกับ Smartphone หรือ Tablet ของเราได้เลย โดยหลายๆ ท่านอาจจะเลือกใช้งานแบตเตอรี่พกพาอย่าง Power Bank ได้ แต่ Power Bank นั้นหากหมดเราจะต้องนำไปชาร์ตใหม่เพื่อเก็บพลังงานนั้นเอง แต่ AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod ตัวนี้จะเป็นอุปกรณ์เสริมอีกตัวหนึ่งที่เราไม่ต้องนำไปชาร์ตให้เสียเวลาเลย ซึ่งหากแบตเตอรี่หมดตอนที่เราอยู่ในรถยนต์นั้นเพียงแค่เราใช้งาน AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod ตัวนี้เราก็กลับมาใช้งาน Smartphone และ Tablet ของเราได้เหมือนเดิมแล้ว สำหรับการใช้งานแล Feature ของอุปกรณ์เสริมตัวนี้นั้นจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

Feature และการใช้งานของ AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod

5

สำหรับอุปกรณ์เสริมตัวนี้จะเป็นของทางผู้ผลิตอย่าง Amazon ที่ได้ผลิตขึ้นมา โดยลักษณะการใช้งานของ AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod ตัวนี้นั้นด้านนึ่งจะเป็นหัวที่เราใช้เชื่อมต่อเข้ากับช่องเสียบไฟภายในรถยนต์ของเราส่วนอีกด้านนึ่งนั้นจะเป็นหัวแบบ 5 pin ที่เราใช้เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ของเรา โดยอปุกรณ์เสริมตัวนี้นั้นจะรองรับการใช้งานเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ของทาง Apple อบ่าง iPhone 6s Plus / 6s / 6 Plus/ 6 / 5s / 5c / 5 / iPad Pro / iPad Air / iPad Air 2 / iPad mini / mini 2 / mini 4 / iPad 4th gen / iPod Touch 5th gen and iPod nano 7th gen ได้เท่านั้น สำหรับขนาดไฟนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2.1A ในส่วนความยาวของสายนั้นจะยาวประมาณ 1.5 feet โดยตัวสายจะสามารถยืดได้ยาวสุดประมาณ 3.9 feet

6

สำหรับเพื่อนๆ คนใหนที่กำลังมองหาสายชาร์ต iPhone ต่างๆ ของเราอยู่นั้นสามารภเข้าไปดูรายละเอียดของ AmazonBasics Apple Certified Lightning Car Charger for iPhone, iPad and iPod ตัวนี้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่าง Amazon ได้นั้นเอง

7

หมดกังวลกับความจุของ Power Bank น้อยหากใช้ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold)

แบตสำรอง

สำหรับอุปกรณ์เสริมที่เราจะมาแนะนำเพื่อนๆ ในวันนี้จะเป็นอุปกรณ์เสริมอย่าง External Battery Charger หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งนั้นก็คือ Power Bank นั้นเอง โดย Power Bank ที่ตัวนี้นั้นจะเป็น Power Bank ตัวหนึ่งที่มีความจุของ Battery ที่เยอะมากอีกตัวหนึ่งเลยนั้นเอง โดย Power Bank ตัวนี้นั้นจะเป็นของทางผู้ผลิตอย่าง Jackery ที่ได้ผลิตออกมา สำหรับความจุ และ Feature ของ Power Bank อีกทั้งการใช้งานของ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ของทาง Jackery ตัวนี้นั้นจะน่าสนใจอย่างไรนั้นเราจะเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

แบตสำรอง

Feature และการใช้งานของ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold)

สำหรับลักษณะของการใช้งานของ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ตัวนี้นั้นแน่นอนว่าเราสามารถใช้ในการชาร์แบตเตอรี่ของ Smartphone ของเราแทนสายชาร์ตอย่าง USB ได้นั้นเอง ซึ่งจะเหมาะสำหรับเพื่อนๆ คนใหนที่ชอบเล่น Smartphone หรือ Tablet บ่อยๆ จนเครื่องของเรานั้นแบตเตอรี่หมดนั้นเอง โดย Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ตัวนี้เพื่อนๆ ไม่ต้องกังวลเลยว่าเราจะชาร์ตแบตเตอรี่หลายๆ ครั้งไม่ได้เพราะ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ตัวนี้นั้นจะมีความจุของสูงถึง 6,000 mAh เลยนั้นเอง

แบตสำรอง

สำหรับการใช้งานของ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ตัวนี้ก็ง่ายมากเพราะ Jackery Bar External Battery Charger 6,000 mAh (Gold) ตัวนี้จะรองรับช่องเสียบแบบใหม่อย่าง 5 pin นั้นเอง ซึ่งจะแปลว่าทั้ง Smartphone ใหม่ๆ อย่าง iPhone 6s, 6s Plus, 6 Plus, 5, iPad Air, iPad Pro, Samsung Galaxy S6, S5 ได้

สำหรับเพื่อนๆ คนใหนที่สนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดของ Power Bank ตัวนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์อย่าง Amazon